Google
 

Saturday, October 24, 2009

วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดประจำวังแห่งอาณาจักรกรุงศรี



พระอารามหลวง ถ้าเป็นยุคปัจจุบันนี้ เราต้องหมายถึง วัดพระแก้ว หรือ วัดพระศรีศาสดาราม ที่กรุงเทพมหานคร แต่หากจะย้อนเวลาไปยุคก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ พระอารามหลวง ต้องหมายถึง วัดพระศรีสรรเพชญ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา พูดภาษาง่ายๆก็คือ วัดพระศรีสรรเพชญ์แห่งนี้ เปรียบเสมือนเป็นวัดต้นแบบของการสร้างวัดประจำพระราชวัง(วัดพระแก้ว) ซึ่งวัดแห่งนี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจอยู่มิใช่น้อย

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เดิมในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรงสร้างพระราชมณเฑียรขึ้นใหม่ทางตอนเหนือ แล้วจึงโปรดฯให้ยกเป็นเขตพุทธาวาส เพื่อประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ ของบ้านเมือง จึงเป็นวัดในเขตพระราชวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แตกต่างกับวัดมหาธาตุสุโขทัย ที่มีพระสงฆ์จำพรรษา ทั้งวัดมหาธาตุ สุโขทัย,วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ต่างก็ถูกสถาปนาขึ้นในมูลเหตุการสร้างวัดเดียวกันนั่นคือ "สร้างเพื่อเป็นวัดประจำพระราชวัง"



ต่อมาในปี พ.ศ. 2035 รัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์องค์ตะวันออก เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระราชบิดา สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2042 พระองค์ก็ทรงให้สร้างพระเจดีย์องค์ต่อมา ซึ่งเป็นพระเจดีย์องค์กลาง เพื่อบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระบรมราชาที่ 3 พระบรมเชษฐาธิราช




ในปีต่อมา พ.ศ. 2043 สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ทรงสร้างพระวิหาร ทรงหล่อพระพุทธรูป ยืนสูง 8 วา (ประมาณ 16 เมตร)หุ้มด้วยทองคำหนัก 286 ชั่ง (ประมาณ 171 กิโลกรัม) ประดิษฐานไว้ในวิหาร ถวายพระนามว่า พระศรีสรรเพชญดาญาณ ซึ่งภายหลังเมื่อเสียกรุง พ.ศ. 2310 พม่าได้เผาลอกทองคำไปหมด และองค์พระพังยับเยิน รัชกาลที่ 1 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาประดิษฐานวัดพระเชตุพน และ บรรจุชิ้นส่วนซึ่งบูรณะไม่ได้เหล่านั้นไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ที่สร้างขึ้นแล้วพระราชทานชื่อเจดีย์ว่า เจดีย์สรรเพชญดาญาณ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ วิหารทิศ

Saturday, October 3, 2009

ตื่นตาตื่นใจกับฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ


ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2493 โดย นายอุทัย ยังประภากร (นาย หยาง ไห่ ฉวน) เพื่อที่จะอนุรักษ์จระเข้สายพันธ์ต่างๆไว้ไม่ให้สูญพันธ์ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เป็นสถานที่เพาะพันธุ์จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแห่งแรกของโลกที่มีการเพาะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จระเข้ ที่ทันสมัยที่สุด มีการเพาะพันธุ์จระเข้ทุกสายพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกนี้ โดยมีจำนวนจระเข้ในปัจจุบันเกือบถึง 80,000 ตัว ขนาดที่มีตั้งแต่ความยาวไม่เกินหนึ่งฟุต จนถึง 6 เมตร โดยเฉพาะจระเข้ขนาดยักษ์ความยาวประมาณ 5 – 6 เมตร นั้น มีจำนวนถึง 5 , 000 ตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ยากจากที่อื่น และในจำนวนนี้มีจระเข้พันธุ์ผสมระหว่างจระเข้น้ำจืดและน้ำเค็ม ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อว่า “ เจ้าใหญ่ ” โดยได้การรับรองจาก กินเนสบุ๊ค ออฟ เรคคอร์ด ว่าเป็นจระเข้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดความยาวเกือบ 6 เมตร น้ำหนักตัว 1114.27 กิโลกรัม

จระเข้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ที่อาศัยอยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำ ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มในน้ำนิ่ง เงียบสงบ ที่มีความลึกไม่เกิน 5 ฟุต ถึงแม้ว่าจระเข้จะมีรูปร่างที่ใหญ่โต แต่เมื่อเดินหรือคลานลงน้ำจะเงียบกริบ จึงเป็นนักล่าที่อันตราย ด้วยความแรงในการงับประมาณ 6,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว หรือประมาณ 2,370 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ภายในฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการก็จะมีสัตว์อีกหลายชนิดเช่น เสือ สำหรับคนที่ชอบความท้าทายก็สามารถถ่ายรูปคู่ร่วมกับเสือได้ โดยทางเจ้าหน้าที่จะบริการให้โดยไม่มีอันตรายเพราะเสือตัวนี้ไม่ดุร้ายแถมยังคุ้นเคยกับคนอีกด้วย…น่ารักมากๆมีคนให้ความสนใจกันอย่างมากมายและคนที่ชอบความสวยงามก็สามารถไปเข้าไปดูสวนนก รื่นรมย์ไปกับเสียงนก แวดล้อมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ตื่นตาตื่นใจไปกับพันธ์นกนานาชนิดอย่างใกล้ชิดและยังให้อาหารนกได้อีกด้วย


และที่พลาดไม่ได้คงต้องเป็นการแสดงจระเข้ที่ทั้งแสนจะตื่นเต้น ตกใจ หวาดเสียว ขอบอกว่า ขวัญอ่อนอย่าดูเลยครับ เพราะการแสดงนี้เขาเอาจระเข้เป็นๆมาแสดงร่วมกันคนเป็นๆเหมือนกัน ไม่ต้องบอกหรอกนะครับว่าถ้าคนเอาแขนหรือขาแม้กระทั่งหัวไปใส่ในปากจระเข้ที่กำลังอ้าปากรองับอยู่มันจะเสียวแค่ไหน ขนาดหมูหิน.คอมเราดูห่างๆไกลตั้งหลายเมตรยังกลัวจระเข้มันโดดมากัดเลย ขอปรบมือดังๆให้พี่ๆที่แสดงทุกคนเลยครับ คุณสุดยอดจริงๆ

หลังจากที่หวาดเสียวสุดๆกับการแสดงจระเข้แล้วสามารถเดินผ่อนคลายเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกได้โดยจะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์จากหนังจระเข้หลากหลายรูปแบบพร้อมยังได้ใบรับรองคุณภาพที่เชื่อถือได้อีกด้วย




ยังไม่หมด…ภายในฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการยังมีสัตว์อีกมากมายอาทิเช่น ฮิปโป สิงโต อูฐ เต่า ลิงไทย ลิงชิมแฟนซี เม่น ฟาร์มงู ฯลฯ เรียกได้ว่ามากมายมหาศาลจริงๆถ้าเดินดูคงต้องเมื่อยไปตามๆกันแต่ไม่เป็นไรที่นี่เขามีบริการรถไฟฟรีและรถม้าไว้ให้นั่งกินลมชมทัศนียภาพและบรรยากาศรอบๆฟาร์มถือได้ว่าเป็นความสนุกอีกรูปแบบหนึ่งและเป็นการพักผ่อนภายในตัว

ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการยังมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ให้เพื่อนๆได้ย้อนอดีตกลับไปศึกษาชีวิต ความเป็นอยู่ และ บรรยากาศในยุคดึกดำบรรพ์จากซากฟอสซิลและโครงกระดูกที่น่าค้นหา และยังมีกิจกรรมต่างๆมีมากมายเช่น สนามยิงปืน จักยานน้ำ การแสดงดนตรี และยังมีบริการร้านอาหารที่มีเนื้อจระเข้ไว้ให้เพื่อนๆที่ชอบ เปิบพิศดารได้ลิ้มลองรสชาติอีกด้วย

ตื่นตาตื่นใจและทึ่งกับลานแสดงช้างที่มีช้างไทยแสนรู้โชว์ความสามารถให้ผู้ชมได้ อึ้ง ทึ่ง เสียว ไปตามๆกัน หนึ่งในเอกลักษณ์ประจำชาติของไทย ที่สร้างความประทับใจไปทั่วโลกโดยมีคนไทยและต่างชาติให้ความสนใจกันอย่างมากมาย

Thursday, August 27, 2009

อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จ.ตราด


ข้อมูลทั่วไป
กรมป่าไม้ ได้รับหนังสือจากสำนักงานป่าไม้จังหวัดตราด แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ ประจำอำเภอเขาสมิง ครั้งที่ 1/2538 เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2538 มีมติเห็นสมควรกำหนดพื้นที่ป่าบริเวณป่าเขาชะอม เขาคลองปุก และเขามะปริง ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสมิง (ป่าคลองใหญ่-เขาไฟไหม้) อันเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อยู่ในท้องที่อำเภอเขาสมิงและอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นวนอุทยานหรืออุทยานแห่งชาติ เนื่องจากสภาพป่ายังคงความอุดมสมบูรณ์และมีสัตว์ป่าอยู่ชุกชุม กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งที่ 55/2540 ลงวันที่ 10 มกราคม 2540 ให้นายประยูร พงศ์พันธ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ส่วนอุทยานแห่งชาติ ไปดำเนินการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นมีความเห็นว่า พื้นที่บริเวณป่าเขาชะอม เขาคลองปุก เขามะปริง เขาแก้ว เขาตาบาด เขาตาโชติ และเขากำแพง สมควรจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยใช้ชื่อว่า อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว

กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งที่ 1746/2540 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2540 ให้นายประยูร พงศ์พันธ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 5 ไปทำหน้าที่หัวหน้าควบคุมพื้นที่ที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว จังหวัดตราด และต่อมาคณะทำงานเพื่อพิจารณาก่อนนำเรื่องเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีความเห็นให้สำรวจพื้นที่บริเวณป่าบริเวณเขาปอใหม่ เขาบึงพะวาดำ เขาเอ็ด เขาคลองวังโพธิ์ เขาคลองปูน เพิ่มเติม และต่อมานายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ได้นำเสนอรายละเอียดการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นพื้นที่ที่จะจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาสมิง (ป่าคลองใหญ่-เขาไฟไหม้) เนื้อที่ประมาณ 123,700 ไร่ หรือ 197.92 ตารางกิโลเมตร ในท้องที่ตำบลหนองบอน ตำบลช้างทูน ตำบลบ่อพลอย ตำบลนนทรีย์ และตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เสนอที่ประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำลายทรัพยากรป่าไม้ประจำจังหวัดตราด ครั้งที่ 4/2543 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2543 ซึ่งที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว และได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2543 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2543 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้


ปัจจุบันคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเห็นชอบในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแล้ว และอยู่ในขั้นตอนจัดทำ/ปรับปรุง/แก้ไข รายละเอียดเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการให้จัดตั้งอุทยานแห่งชาติต่อไป

ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้วส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนไม่มากนักของเทือกเขาบรรทัด ประกอบด้วย เขาแก้ว เขาตาบาด เขาตาโชติ และเขากำแพง ส่วนยอดเขาเป็นแนวแบ่งเขตประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 100-836 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาบาด ซึ่งมีความสูงถึง 836 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพภูมิประเทศเช่นนี้ก่อให้เกิดสายน้ำหลายสาย เช่น คลองลึก คลองแอ่งปุก คลองแก้ว คลองตาบาด คลองหินเพลิง คลองลือ คลองกะใจ คลองมะละกอ ฯลฯ สายน้ำแต่ละสายจะไหลลงสู่คลองสะตอแล้วออกสู่ทะเล

ลักษณะภูมิอากาศ
พื้นที่บริเวณแถบนี้ได้รับอิทธิพลมาจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแบบมรสุมเขตร้อน ประกอบกับพื้นที่มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้ฝนตกชุกตลอดทั้งปี โดยแบ่งเป็นฤดูกาลได้ดังนี้ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม–ตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มกราคม

พืชพรรณและสัตว์ป่า
สภาพสังคมพืชโดยทั่วไปของพื้นที่ เป็นสังคมพืชประเภทป่าดงดิบชื้นที่มีความชุ่มชื้นสูง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธาร สภาพป่าจึงมีลักษณะเป็นป่าที่รกทึบ ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ตั้งแต่ไม้พื้นล่างที่มีขนาดเล็กจนถึงไม้ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีความสูงตั้งแต่ 25-60 เมตร พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ ยาง พนอง กระบาก ตะเคียน สำรอง ชุมแพรก ตาเสือ ตะแบก ฯลฯ ส่วนไม้พุ่มและพืชพื้นล่างที่พบเห็นมาก เช่น พืชตระกูลขิงข่า หวาย ระกำ หมากชนิดต่างๆ ไผ่ เต่าร้าง ชก ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบ “เหลืองจันท์ ซึ่งเป็นกล้วยไม้ที่มีสวยงาม ค่อนข้างหายาก สามารถพบเห็นได้ทั่วไปบริเวณอุทยานแห่งชาติ

เนื่องจากพื้นที่เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากตามธรรมชาติ จึงทำให้มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุม ซึ่งจะพบเห็นได้ตามแหล่งน้ำต่างๆ และในพื้นที่แห่งนี้จะพบทากอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้รู้ว่ามีสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจเท่าที่พบและได้สอบถามจากราษฎร ในพื้นที่ที่สำคัญ ได้แก่ กวาง เสือ เก้ง หมูป่า หมี กระจง ชะนี ลิง ค่าง กระรอก ชะมด อีเห็น ไก่ฟ้าชนิดต่างๆ ไก่ป่า กางเขนดง นกขุนทอง เหยี่ยว ปรอด กระราง นกเงือก นกโพระดก งูชนิดต่างๆ กิ้งก่ายักษ์หรือลั้ง ตุ๊กแกป่าตะวันออก ตุ๊กแกบิน กิ้งก่าบิน ตะกวด เต่า กบภูเขา เขียด คางคก ปาด และปูหิน ฯลฯ นอกจากนี้บริเวณลำธารและคลองต่างๆ ยังพบ ปลาพลวงหิน ปลาแขยงหิน ปลาสร้อยขาว ปลาเขยา ปลากั้ง ปลาหมู ฯลฯ

น้ำตกคลองแก้ว

ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มี 7 ชั้น สวยงามและบริสุทธิ์ตามธรรมชาติ ลำธารน้ำใสเย็น จนสามารถมองเห็นฝูงปลาที่อยู่เบื้องล่างได้ชัดเจน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักนิยมธรรมชาติ ชั้นที่มีความสูงใหญ่คือชั้นที่ 4 ซึ่งสายน้ำจะไหลทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 25 เมตร จากน้ำตกชั้นที่ 4 มีทางเดินขึ้นสู่ลานหินขนาดใหญ่ เรียกว่า “ลานหินเท” เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของตัวอำเภอบ่อไร่ได้ชัดเจน